มะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันได้ หากรู้ตัวเร็ว

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของคนไทย และทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเราสามารถป้องกันตัวเองจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้หากเรารู้ตัวเร็ว และไปพบแพทย์ทันเวลา

มะเร็งลำไส้ใหญ่คืออะไร?


มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเซลล์มะเร็งของเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ซึ่งชนิดที่พบบ่อยเกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้มีการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตผิดปกติ กลายเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ เรียกว่า โพลิพ (Polyp) จากนั้นติ่งเนื้อจะใช้เวลาหนึ่งในการพัฒนากลายเป็นมะเร็ง การตัดติ่งเนื้องอก (Polyp) ออก สามารถป้องกันไม่ให้ติ่งเนื้อพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามทะลุผนังลำไส้หรือแพร่กระจายต่อไปยังตับ ปอด เยื่อบุช่องท้อง สมอง หรือกระดูกได้

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่


คนไข้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มักมีอาการดังนี้
• ขับถ่ายผิดปกติ เช่น ขับถ่ายบ่อย หรือขับถ่ายน้อยกว่าปกติ
• ท้องผูกบ่อย
• ลักษณะของอุจจาระมีอาการเรียวยาวกว่าปกติ
• ถ่ายอุจจาระไม่สุด หรือเวลาถ่ายอุจจาระแล้วมีมูกเลือด หรือมีเลือดสีแดงสดปนมาด้วย
• ไม่สบายท้อง รวมถึงปวดแสบปวดร้อน อาหารไม่ย่อย และรู้สึกปวดเกร็ง
• น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
• อ่อนเพลียหรืออ่อนแรง
• ซีด
ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่บางรายก็ไม่มีอาการผิดปกติใดๆเกิดขึ้น

ระยะของมะเร็งลำไส้ใหญ่


ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งเติบโตขึ้นมากกว่าระยะศูนย์และฝังในชั้นกล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยไม่กระจายไปสู่เนื้อเยื่อข้างเคียงหรือต่อมนํ้าเหลืองไม่ทะลุชั้นกล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่


ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งกระจายออกมาสู่ผนังลำไส้ใหญ่และทวารหนักส่วนนอกหรือเนื้อเยื่อใกล้เคียง แต่ยังไม่แพร่กระจายไปยังต่อมนํ้าเหลือง


ระยะที่ 3 มะเร็งแพร่กระจายออกจากลำไส้เข้าไปยังต่อมนํ้าเหลืองที่อยู่บริเวณรอบๆ ลำไส้ใหญ่ แต่ยังไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น


ระยะที่ 4 มะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายส่วนใหญ่มักกระจายไปสู่ตับและปอด

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่


• คนที่เคยมีประวัติเป็นเนื้องอกที่ผนังลำไส้ใหญ่ เวลาผ่านไปเนื้องอกนั้นอาจพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
• คนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่อาจพบได้ในวัยหนุ่มสาวและวัยรุ่น
• มีประวัติของโรค IBD (inflammatory bowel disease) ที่จะกลายเป็นลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังและเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น
• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 60 ปีมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น
• คนที่มีน้ำหนักเกิน
• คนที่ขาดการออกกำลังกายเป็นเวลานาน
• ผู้ที่สูบบุหรี่

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่


การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่จะรักษาตามตำแหน่งของมะเร็ง และระยะของโรค รวมถึงสภาพร่างกายและความพร้อมของผู้ป่วยว่าเหมาะสมกับวิธีการรักษาแบบไหนที่สุด แต่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ส่วนที่มีเนื้อร้ายออก ส่วนการใช้เคมีบำบัดหรือฉายแสงเป็นการรักษาเพิ่มเติมในกรณีมีข้อบ่งชี้

การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่


• รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไหม้เกรียมซึ่งมีสารก่อมะเร็ง
• ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 20 – 40 นาที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *