21 โรคทางเดินหายใจที่พบบ่อย

ทุกวันนี้สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยมลภาวะต่างๆมากมาย ทั้งมลภาวะจากอากาศ มลภาวะจากสารพิษ และสภาพอากาศที่แปรปรวน จึงทำให้หลายคนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจกันมากขึ้น โรคทางเดินหายใจดูเหมือนจะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไร แต่หากปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง ไม่ทำการรักษา ก็อาจอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 21 โรคทางเดินหายใจที่พบบ่อยว่ามีโรคอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

1. โรคไข้หวัด


โรคไข้หวัดเป็นโรคที่ติดต่อกันง่าย พบบ่อยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นโรคที่ไม่อันตรายอะไร สามารถหายได้เองภายใน 5 – 7 วัน เพียงแต่ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ และใช้ยารักษาตามอาการเท่านั้น

2. โรคไข้หวัดใหญ่


โรคไข้หวัดใหญ่มีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดแต่จะรุนแรงกว่า สามารถรักษาอาการเองที่บ้านได้ ซึ่งจะหายเองภายใน 7 – 14 วัน แต่คนที่มีอาการหนักแพทย์จะให้ยาต้านไวรัสมากิน

3. โรค RSV


RSV เป็นภาวะการเจ็บป่วยของระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี โดยอาการในช่วงแรกจะคล้ายไข้หวัดธรรมดาแต่ส่งผลรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบติดเชื้อได้

4. โรค Covid-19


โรค Covid-19 สามารถติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ละอองเสมหะจากการไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย มีอาการตั้งแต่ระดับความรุนแรงน้อยไปจนถึงอาการรุนแรงมากจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

5. โรคเมอร์ส


โรคเมอร์สมีอูฐเป็นพาหะ พบในประเทศแถบตะวันออกกลาง อาการที่พบทั่วไป ได้แก่ มีไข้สูง ไอ หายใจหอบเหนื่อย บางรายอาจจะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย และอาจจะรุนแรงจนเกิดปอดอักเสบ ไตวาย หรือเสียชีวิตได้ เนื่องจากโรคนี้ไม่มียารักษาจึงมีโอกาสเสียชีวิตสูง

6. โรคซาร์ส


โรคซาร์สเป็นโรคทางระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง สาเหตุมาจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส อาการของผู้ที่ติดเชื้อจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคซาร์สโดยเฉพาะ ดังนั้นวิธีรักษาโรคซาร์สจะทำได้โดยรักษาตามอาการเท่านั้น

7. โรคภูมิแพ้


โรคภูมิแพ้เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไปกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารนั้นมากเกินไปจนผิดปกติ และต่อมาเมื่อได้รับสารนั้นอีก คนที่แพ้ก็จะเกิดอาการขึ้น โดยสาเหตุเกิดได้ทั้งจากกรรมพันธ์ุ และสิ่งแวดล้อม วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดคือการเลี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้ โดยหากเกิดอาการแพ้ควรเลิกใช้หรือหยุดรับประทานสิ่งที่ทำให้แพ้โดยทันที และควรรับประทานยาแก้แพ้

8. โรคไซนัสอักเสบ


โรคไซนัสอักเสบเป็นการอักเสบและติดเชื้อของเยื่อบุจมูกและไซนัส อาการที่พบทั่วไป ได้แก่ คัดหรือแน่นจมูก มีน้ำมูกไหลออกมาทางรูจมูกด้านหน้าหรือไหลลงคอ ปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้า รับกลิ่นไม่ได้ โพรงจมูกอุดตัน เนื้อเยื่อบวม หรืออาจพบเป็นริดสีดวงจมูก และมีหนองไหล

9. เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ


เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบเป็นอาการอักเสบของเยื่อในโพรงจมูก โดยจะมีอาการที่พบทั่วไปคือ จาม น้ำมูกไหล คันและแสบจมูก บางครั้งจะมีเลือดกำเดาไหล และคันตาร่วมด้วยเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้

10. โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน


โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันมักเกิดตามมาหลังจากติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็ก อาการที่พบคือ มีไข้สูง ปวดหู หูอื้อ บางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และรุนแรงถึงขนาดชักได้

11. ต่อมทอนซิลอักเสบ


ต่อมทอนซิลอักเสบมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและการกลืนอาหาร อาการคือ มีไข้ เจ็บคอ เสียงแหบ กลืนอาหารลำบาก ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมโต รวมถึงอาการปวดร้าวไปจนถึงหูร่วมด้วย

12. คออักเสบ


คออักเสบเป็นการอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอ เกิดจากติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย รวมถึงการสูบบุหรี่หรือสูดดมควันบุหรี่เป็นประจำก็ทำให้มีอาการคออักเสบได้เช่นกัน อาการแสดงขึ้นอยู่กับเชื้อก่อโรค

13. หลอดลมอักเสบ


หลอดลมอักเสบเป็นการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ทำให้ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ และอาจมีอาการอื่นๆคล้ายโรคหวัด มักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน หากปฏิบัติตนถูกต้อง

14. ปอดอักเสบ


ปอดอักเสบเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของปอดบริเวณหลอดลมฝอยส่วนปลาย ถุงลม และเนื้อเยื่อรอบถุงลม สาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย หรือสัมผัสกับมลภาวะทางอากาศ ควันบุหรี่ หรืออยู่ในที่แออัดเป็นเวลานานๆ หากเป็นหลายๆครั้งเสี่ยงเป็นโรคระบบทางเดินหายใจแบบถาวรได้

15. วัณโรคปอด


วัณโรคปอดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกอวัยวะของร่างกายแต่ที่พบบ่อยมากที่สุดคือ ปอด วัณโรคปอดสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยา ซึ่งต้องใช้เวลารักษาประมาณ 6 – 8 เดือน

16. พังผืดในปอด


พังผืดในปอดเป็นอาการอักเสบที่เนื้อเยื่อของปอด จนกลายเป็นแผลเป็นและพังผืด ทำให้เกิดความผิดปกติของการทำงานระบบทางเดินหายใจ ในช่วงแรกอาการจะไม่รุนแรงมาก แต่หากมีพังผืดเกาะหนาขึ้นๆ จนปอดไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะมีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาได้

17. โรคถุงลมโป่งพอง


โรคถุงลมโป่งพองมักจะเกิดกับคนที่ชอบสูบบุหรี่จัดๆ มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดจากการขาดเอนไซม์ สารพิษจากควันบุหรี่จะไปทำลายระบบทางเดินหายใจ ทำให้เนื้อเยื่อปอดเสื่อมสภาพ เกิดอาการอักเสบ เมื่อเป็นแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

18. โรคมะเร็งปอด


โรคมะเร็งปอดก็มีสาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่เช่นเดียวกันกับโรคถุงลมโป่งพอง อาการของโรคมักไม่รุนแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบไปรักษา ก็อาจอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

19. โรคนิวโมโคนิโอสิส


โรคนิวโมโคนิโอสิสเป็นชื่อของโรคปอดที่เกิดจากการทำงานในพื้นที่ที่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ที่ต้องสูดเอาฝุ่นละออง ควัน และสารพิษเข้าปอดประจำ จนเนื้อเยื่อปอดถูกทำลายและเสื่อมลง มีโอกาสที่โรคนี้จะพัฒนาเป็นวัณโรคได้ง่าย

20. โรคบิสสิโนสิส


เป็นอีกหนึ่งโรคปอดที่เกิดจากการสัมผัสและรับเอาฝุ่นจากฝ้าย ป่าน ปอ หรือลินินเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบที่ปอด การหดเกร็งของหลอดลม บางครั้งอาจรุนแรงจนกลายเป็นโรคหอบหืดได้

21. โรคนิวโมคอคคัส


โรคนิวโมคอคคัสเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ “สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี” สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ แต่จะพบและมีอาการรุนแรงมากในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่ชอบสูบบุหรี่จัดๆ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *